Skip navigation links
หน้าแรก
ธนาคารกสิกรไทย
สมัครบัตรเครดิต
แผนผังเว็บโซต์
ติดต่อเรา
ปัญหาถาม-ตอบ
ดาวน์โหลด
ร้านค้าที่ร่วมรายการผ่อนชำระ
ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ
 
 
 
Destination Guide 

หนีฝนเมืองกรุงลงใต้ 
เที่ยวเกาะสวยอันดับ 8 ของโลก 

        ย่างเข้าหน้าฝนทีไร เป็นต้องมีเรื่องให้หงุดหงิดใจอยู่ร่ำไปสำหรับหลายๆ คน แต่อย่าได้กังวลใจไปค่ะ เพราะทริปนี้เราจะพาคุณหนีฝนเมืองกรุงลงใต้ไปเที่ยวทะเลอ่าวไทยกัน ที่ ‘เกาะเต่า’ เพราะทะเลอ่าวไทยที่นี่ยังไม่ใช่ฤดูมรสุม แถมยังเป็นช่วง High Season ของที่นี่ก็ว่าได้ค่ะ เพราะน้ำทะเลจะสวย ใส และน่าดำน้ำมากๆ จึงอยากชวนทุกท่านลองมาเที่ยวทะเลหน้าฝนไปด้วยกันค่ะ

        อดีตเกาะที่ใช้คุมขังนักโทษในคดีกบฏบวรเดช แต่ ณ เวลานี้นับว่าแตกต่างไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง จากเกาะที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ตอนนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยวและนักดำน้ำมากมายทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยธรรมชาติโดยรอบของเกาะรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วแห่งนี้ เกาะกลางทะเลที่โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้าคราม ดูนิ่ง สงบ มีแต่สายลมและเสียงคลื่นที่พัดผ่านเป็นเสน่ห์ของทะเลที่นักท่องเที่ยวหลายๆ คนหลงใหล โดยเฉพาะช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงมรสุมของที่นี่แต่จะเกิดอีกทีในช่วงตุลาคม-ธันวาคม ทำให้ตอนนี้หลายเกาะทางอ่าวไทยเป็นช่วงที่น่าเที่ยวเช่นกัน

        การเดินทางมายังเกาะเต่าสามารถเดินทางมาได้โดยทางเรือที่มีให้เลือกทั้งเรือด่วน เรือนอน เรือเร็ว และเรือธรรมดา ที่ใช้เวลาในการเดินทางที่ต่างกันและราคาก็แตกต่างกันด้วย เกาะเต่า อยู่ในเขตพื้นที่ อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 12,936 ไร่ ประกอบด้วย 2 เกาะคือ เกาะเต่าและเกาะนางยวน ซึ่งทั้งสองเกาะนี้มีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมคือการดำน้ำดูปะการัง ที่มีทั้งดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น 3 จุดที่ได้รับความสนใจของเกาะเต่าได้แก่ บริเวณกองหินตู้ ที่มีความลึก 30-40 เมตรสำหรับนักดำน้ำผู้มีประสบการณ์ บริเวณหินใบที่มีความลึก 24 เมตร สำหรับการดำน้ำชมฝูงปลาสวยงามมากมาย และบริเวณกองหินตุ้งกู ที่มีความลึกเกือบ 30 เมตร ทำให้ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากออสเตรเลีย และล่าสุดกับการจัดอันดับของทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของโลก ให้ติดอันดับ 8 ใน 10 สุดยอดเกาะของโลกเลยทีเดียว แหม...การันตีมาขนาดนี้ถ้าไม่ลองมาสักครั้งเสียดายแย่เลยค่ะ

        เมื่อตัดสินใจเดินทางมาแล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนกับแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ ที่นี่รวมถึงจุดชมวิวของเกาะ ไม่ว่าจะเป็น หาดโฉลกบ้านเก่า หาดทรายสีขาวความยาว 500 เมตรแห่งนี้ล้อมรอบด้วยโขดหินสวยงาม เป็นจุดดำน้ำที่นิยมเป็นอันดับสองของเกาะ เมื่อน้ำลดสามารถนอนอาบแดดได้สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ และมีที่พัก ร้านอาหารและอุปกรณ์ดำน้ำไว้คอยบริการ แต่จะมีเรือวิ่งเข้าออกจำนวนมากเพราะนักท่องเที่ยวนิยมมากันมาก อ่าวหินวง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของเกาะเต่า แต่ที่นี่ไม่มีแนวชายหาด จึงมีรีสอร์ทหรือบังกะโลให้เห็นอยู่บ้างสำหรับใครที่ต้องการความสงบอย่างแท้จริง แหลมเทียน มีต้นไม้ทะเลที่ชาวบ้านเรียกต้นเทียนขึ้นอยู่เรียงรายตลอดแนวชายหาด เป็นจุดดำน้ำลึกและน้ำตื้นรอบแนวหิน มีเรือคายัคไว้บริการ และเป็นสถานที่ตั้งของบังกะโลแห่งแรกของเกาะเต่าอีกด้วย อ่าวลึก ถูกล้อมรอบด้วยแนวผาและแหลมหิน มีความเงียบสงบและมีลักษณะโค้งเว้ามากที่สุด เส้นทางนี้จึงต้องใช้รถโฟล์วีลเท่านั้นจึงจะสะดวกในการเข้าถึง อ่าวมะม่วง อยู่ทางตอนเหนือของเกาะเต่า ที่มีระดับความลึก 10 เมตร ภูมิทัศน์เป็นป่าหินสูง มองเห็นวิวอ่าวและท้องน้ำสีเขียวคราม เป็นจุดดำน้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ รีสอร์ทที่อ่าวนี้จึงแพงกว่าจุดอื่นๆ และมีกิจกรรมทางน้ำ ทั้งดำน้ำลึก ดำน้ำตื้น และพายเรือคายัค เดินทางมาด้วยเรือหางยาวได้สะดวกที่สุดเพราะถนนไม่ค่อยดีนัก หาดทรายรี ความยาวหาด 2 กิโลเมตร มีเชิงเขาต่อเนื่องอีก 1 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่ยาวที่สุดในเกาะเต่า เหมาะสำหรับการพักผ่อน ดำน้ำ และชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่จะมีแหล่งบันเทิงยามเย็นที่ค่อนข้างเสียงดังทีเดียวในเวลากลางคืน และยังมีจุดชมวิว จอห์น-สุวรรณ ที่อยู่บริเวณหาดโฉลกบ้านเก่า เดินทางโดยการเดินเท้าประมาณ 20 นาที เส้นทางค่อนข้างรกและชัน แต่เมื่อมาถึงแล้วก็นับว่าคุ้มค่าค่ะ เพราะคุณจะได้เห็นภาพวิวที่สวยงามไม่น้อยกว่าที่ไหนๆ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างลานหิน จ.ป.ร. ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยย่อไว้บนแผ่นหินครั้งเมื่อเสด็จประพาสเกาะเต่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 1899 นั่นเอง

        เที่ยวทะเลหน้าร้อนมาก็เยอะ ลองหาโอกาสมาลองเที่ยวทะเลหน้าฝนดูบ้างค่ะ คุณอาจได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าประทับใจกลับไปไม่แพ้การเที่ยวหน้าร้อนก็ได้นะคะ เพราะอย่างน้อยที่นี่ก็เป็นที่หนึ่งที่สามารถให้นักท่องเที่ยวดำน้ำได้เกือบตลอดทั้งปีเลยล่ะค่ะ

ที่มา: http://travel.kapook.com